:. เซลล์เม็ดเลือดขาว .:

posted on 21 Aug 2008 22:06 by iamblueblood

 

เซลล์เม็ดเลือดขาว

เม็ดเลือดขาว (Leucocyte หรือ White blood corpuscle) มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 - 15 ไมครอน) ปกติจะใหญ่กว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงเกือบ 2 เท่า ไม่มีสี เพราะไม่มีฮีโมโกลบิน (haemoglobin) แต่มีนิวเคลียส การที่เซลล์เม็ดเลือดขาวไม่มี haemoglobin จะสามารถทำให้เซลล์ลีบเล็กผ่านผนังของเส้นเลือดฝอยออกมาได้ เซลล์เม็ดเลือดขาวจะมีอายุสั้น ประมาณ 2 - 14 วัน (บางชนิดอาจมีอายุ 100 - 300 วัน) มีหน้าที่โอบล้อมและจับกินเชื้อโรคแบบฟาโกไซโตซิส (phagocytosis) และอาจสร้างแอนติบอดี (antibody) ออกมาต่อต้านและทำลาย

แหล่งสร้างเม็ดเลือดขาว

เซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างจาก ไขกระดูกสีแดง (red bone marrow) ต่อมน้ำเหลือง ต่อมไทมัส และม้าม (การสร้างขึ้นอยู่กับระดับของสเตอร์รอยด์ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตชั้นนอก)

สารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง

คือ ไขมัน และโปรตีน (เป็นเยื่อหุ้มเซลล์) Fe และ amino acid (ใช้สังเคราะห์ haemoglobin และ ฮอร์โมนจากไต (kidney) ชื่อ erythropoitin ส่งมากระตุ้นเพื่อสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง

แหล่งทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว

เซลล์เม็ดเลือดขาวอาจถูกทำลายโดยเชื้อโรค และมาโครฟาจ (macrophage) ในตับและม้าม

จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว

เซลล์เม็ดเลือดขาวจะมีประมาณ 1 ใน 600 ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในเด็กแรกเกิดจะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวมากกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 16,000 เซลล์ / 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

กาจำแนกชนิดเซลล์ของเม็ดเลือดขาวแบบที่ 1 

เซลล์เม็ดเลือดขาวอาจแบ่งเป็น 2 พวก ตามลักษณะของอนุภาคเล็กๆ (granule) ที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวว่าใหญ่หรือเล็ก และติดสีย้อมอย่างไร (สีที่ใช้ย้อมเซลล์เม็ดเลือดขาว คือ สีไรต์ สเตน จะติดนิวเคลียสให้เห็นได้ชัดว่าเป็นชนิดใด)

1. พวกแกรนูลโลไซต์ หรือ granular leucocyte คือ พวกที่มีแกรนูลของไลโซโซมจำนวนมากในไซโทพลาสซึม พวกนี้จะสร้างมาจากไขกระดูก มีนิวเคลียส มีอายุประมาณ 2 - 3 วัน สามารถแยกเป็น 3 พวกย่อยๆโดยการติดสี ดังนี้

- นิวโตรฟิล (neutrophil)

เป็นพวกติดสีที่เป็นกลาง สร้างมาจากไขกระดูก มีมาก 60 - 70 % เป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงประเภทแรกที่ร่างกายใช้กำจัดสิ่งแปลกปลอม

- อีโอซิโนฟิล (eosinophil หรือ acidophil)

เป็นพวกติดสีที่เป็นกรด มี 2 - 4 % สร้างมาจากไขกระดูก ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้ามาในร่างกาย แต่เลือกกินเฉพาะองค์ประกอบรวมของแอนติเจน - แอนติบอดี (antigen - antibody complex) เท่านั้น และทำลายสารที่เป็นพิษที่ทำให้เกิดการแพ้สารของร่างกาย เช่นโปรตีนในอาหาร ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้

- บาโซฟิล (basophil)

เป็นพวกติดสีที่เป็นด่าง มี 0.5 - 17 % ทำหน้าที่จับสิ่งแปลกปลอมโดยวิธีฟาโกไซโตซิส แต่ความสามารถจะด้อยกว่าชนิดนิวโตรฟิล และอีโอซิโนฟิลมาก ทำหน้าที่หลั่งสาร haparin เป็นสารที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด

2. พวกอะแกรนูโลไซต์ หรือ agranule leucocyte เป็นพวกที่ไม่มีแกรนูลของไลโซโซมอยู่ในโตพลาสซึม พวกนี้ถูกสร้างจากอวัยวะน้ำเหลือง ได้แก่ ต่อมไทมัส ต่อมน้ำเหลือง ม้าม มีอายุประมาณ 100 - 300 วัน แบ่งเป็น 2 ชนิด

- ลิมโฟไซต์ (lymphocyte)

มีประมาณ 20 - 25 % มีอายุ 2 - 3 ชั่วโมง ในขณะที่อยู่ในต่อมน้ำเหลือง จะมีหน้าที่สร้าง antibody และทำลายสิ่งแปลกปลอมโดยวิธีฟาโกไซโตซิส

- โมโนไซต์ (monocyte)

มีประมาณ 3 - 5 % มีอายุ 5 - 6 วัน ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมด้วยวิธีฟาโกไซโตซิส มีความสามารถสูงพอๆกับ neutrophil และสร้าง antibody ต่อต้านเชื้อโรค

การจำแนกชนิดเซลล์เม็ดเลือดขาวแบบที่ 2

ในปัจจุบัน มีการจำแนกชนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาวตามหน้าที่ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1. ฟาโกไซโตซิส (phagocytosis) เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำลายเชื้อโรคโดยวิธี phagocytosis พวกนี้จะเจริญพัฒนาที่ไขกระดูก บางชนิดมีนิวเคลียสขนาดใหญ่ บางชนิดมีแกรนูลจำเพาะ (enzymatic granule) ได้แก่ เม็ดเลือดขาวชนิด นิวโตรฟิล แอซิโดฟิล บาโซฟิล และโมโนไซต์

2. ลิมโฟไซต์ (lymphocyte) เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สร้างสาร antรbody ขึ้นมาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค ได้แก่

- ลิมโฟไซต์ชนิด B (B - lymphocyte) หรือ B - cell

ลิมโฟไซต์ชนิดบี จะเจริญที่ไขกระดูก หรือไปพัฒนาที่เนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่บริเวณลำไส้ มีคุณสมบัติในการสร้าง antibody จำเพาะโดยถ้าเซลล์บีถูกกระตุ้นโดยเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม เซลล์บีจะแบ่งเซลล์ได้ plasma cell (สร้าง antibody ที่จำเพาะเจาะจงทำลาย antigen แต่ละชนิดที่เข้าสู่ร่างกาย) และ memory cell (จะทำหน้าที่จำแอนติเจนนั้นไว้ ถ้าแอนติเจนนั้นเข้าสู่เซลล์ในภายหลัง เซลล์เมมเมอรีจะสร้างแอนติบอดีจำเพาะอย่างรวดเร็วไปทำลายแอนติเจนนั้นๆให้หมดไป

- ลิมโฟไซต์ชนิด T (T - lymphocyte) หรือ T - cell

ลิมโฟไซต์ชนิดทีมีการทำงานซับซ้อนมาก และยังแบ่งเป็นชนิดย่อยๆอีกตามหน้าที่ เซลล์ทีบางชนิดจะกระตุ้นให้เซลล์บีสร้างสารแอนติบอดี และกระตุ้นฟาโกไซต์ให้มีการทำลายสิ่งแปลกปลอมให้รวดเร็วขึ้น เซลล์ทีบางชนิดควบคุมการทำงานของเซลล์บี และฟาโกไซต์ให้อยู่ในสภาพสมดุล และเซลล์ทีบางชนิดจะทำหน้าที่เป็นเซลล์เมมเมอรีด้วย

วิธีทำลายเซลล์ของเม็ดเลือดขาว

มี 2 วิธี ได้แก่

1. phagocytosis เป็นวิธีทำลายเชื้อโรคโดยการกินและย่อยสลายเชื้อโรค
2. immunization เม็ดเลือดขาวบางชนิดจะสร้างสารพวกโปรตีนที่มีคุณสมบัติต่อต้านสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค
- สารที่สร้างขึ้น เรียกว่า antibody
- สิ่งแปลกปลอม เรียกว่า antigen

 เพิ่มเติม : http://www.geocities.com/peng_126/story4.html

Comment

Comment:

Tweet

้เะ่้ะ้ดดกหพquestion

#114 By (182.52.27.251|182.52.27.251) on 2014-07-29 14:05

open-mounthed smile open-mounthed smile tongue embarrassed wink cry double wink wink embarrassed embarrassed open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile angry smile tongue surprised smile

#113 By ดะัี้ั (182.52.27.251|182.52.27.251) on 2014-07-29 14:05

#112 By (103.241.4.19|148.251.92.48, 103.241.4.19) on 2014-07-01 18:34

#111 By (103.241.4.19|148.251.92.48, 103.241.4.19) on 2014-07-01 18:30

#110 By (103.241.4.19|148.251.92.48, 103.241.4.19) on 2014-07-01 18:28

Nice read, I just passed this onto a friend who was doing some research on that. And he actually bought me lunch as I found it for him smile Thus let me rephrase that Thanks for lunch! eeecdcedebcgeedd

#109 By (103.18.220.7|148.251.92.48, 103.18.220.7) on 2014-06-23 13:42

#108 By (80.227.12.90|80.227.12.90) on 2014-06-22 13:46

#107 By (80.227.12.90|80.227.12.90) on 2014-06-22 13:16

#106 By (36.74.221.1|148.251.91.38, 36.74.221.1) on 2014-06-20 13:54

#105 By (186.235.3.3|186.235.3.3) on 2014-06-19 13:29

#104 By (171.100.59.30|148.251.92.48, 171.100.59.30) on 2014-06-17 14:28

#103 By (171.100.59.30|148.251.92.48, 171.100.59.30) on 2014-06-17 14:27

#102 By (171.100.59.30|148.251.92.48, 171.100.59.30) on 2014-06-17 14:27

embarrassed

#101 By (180.180.105.141|180.180.105.141) on 2014-06-16 19:06

#100 By (199.119.123.44|199.119.123.44) on 2014-06-16 13:10

#99 By (199.119.123.44|199.119.123.44) on 2014-06-16 13:07

#98 By (193.67.216.242|193.67.216.242) on 2014-06-13 16:26

#97 By (193.67.216.242|193.67.216.242) on 2014-06-13 16:23

#96 By (204.228.129.46|148.251.92.48, 204.228.129.46) on 2014-06-12 13:29

#95 By (101.231.157.86|148.251.91.38, 101.231.157.86) on 2014-06-11 13:45

#94 By (67.21.55.123|148.251.92.48, 67.21.55.123) on 2014-06-08 13:05

#93 By (175.197.48.45|175.197.48.45) on 2014-06-06 13:29

#92 By (175.197.48.45|175.197.48.45) on 2014-06-06 13:28

#91 By (175.197.48.45|175.197.48.45) on 2014-06-06 13:27

#90 By (147.27.14.56|148.251.92.48, 147.27.14.56) on 2014-06-02 13:44

#89 By (147.27.14.56|148.251.92.48, 147.27.14.56) on 2014-06-02 13:43

#88 By (37.29.65.87|148.251.91.38, 127.0.0.1, 37.29.65.87) on 2014-06-01 14:51

#87 By (37.29.65.87|148.251.91.38, 127.0.0.1, 37.29.65.87) on 2014-06-01 14:36

#86 By (37.29.65.87|148.251.91.38, 127.0.0.1, 37.29.65.87) on 2014-06-01 14:35

ขอบคุณมากค่ะ สุดยอดจริงๆ ได้ข้อมูลที่ต้องการเยอะเลย 

#85 By Black rose is also White rose on 2014-04-05 14:42

#84 By houj (124.121.227.195|124.121.227.195) on 2014-02-11 18:38

ตรวจสุขภาพค่าอยู่21.8ต้องทำอะไรบ้างกินอะไรบอกบ้างไม่รู้ถ้ารู้ก็บอกบ้างคนที่รักษาผมบริจ้างรางกายไปแล้วประมาณ17กว่าปีกลัวมีปัญหา

#83 By โสภณ (203.131.212.33) on 2013-09-18 11:28

 

#82 By ปนัฐ (103.7.57.18|110.49.248.140) on 2013-03-30 14:15

http://www.bikesolutionupdate.com/
ขอบคุณครับ big smile

#81 By Kchainoi (103.7.57.18|118.172.202.186) on 2012-09-25 10:30

555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

#80 By i_bomcosza@hotmail.com (103.7.57.18|110.169.200.67) on 2012-06-30 15:37

#79 By nra1599 (103.7.57.18|106.0.202.153) on 2012-06-20 12:56

ขอบคุนคร๊าาาาbig smile cry double wink question

#78 By จินจิน (103.7.57.18|223.204.50.76) on 2012-06-16 11:51

เป็นผื่นลมพิศตลอดหมอบอกว่าเม็ดเลือดขาวต่ำ ทำไงดีคะ ช่วยบอกหน่อย

#77 By นิธินันท์ (49.49.89.235) on 2012-04-11 20:11

open-mounthed smile ก้ได้คว่มรุ้บ้าง

#76 By ' (58.11.74.239) on 2012-04-10 17:01

sad smile angry smile อ่านไม่รู้เรี่อง

#75 By ส (58.11.74.239) on 2012-04-10 17:00

รักหวานopen-mounthed smile

#74 By diears (110.49.248.14) on 2012-02-08 19:28

ไม่มีแบบแผนผังหรอคะ

#73 By ณัฐณิชา (110.164.58.98) on 2011-12-12 17:01

....................ดี......................

#72 By tuktik (118.172.240.178) on 2011-11-29 11:15

ขอบคุนม้ากกกน้ะค้ะ big smile

#71 By pk (223.207.148.205) on 2011-08-04 20:32

big smile

#70 By praw (61.19.86.83) on 2011-06-28 12:52

ไม่มีคำตอบหรา เนี่ย เรียนวิทยาศาสตร์มันยากนู๋ไม่รู้คำตอบ ใครก็ได้ช่วยบอกคำตอบหน่อยวันนี้ด้วย sad smile 13 / 06 /11 ขอบคุงคร๊ confused smile

#69 By Benzzikiku (110.168.181.44) on 2011-06-12 11:01

ชอบ มาก ๆ คร่ะ ขอบ ครุน คร่ะ

#68 By คนสวย (203.114.109.118) on 2011-03-17 13:28

Thank you

#67 By สวย (110.49.126.70) on 2011-02-18 12:12

อยากบอกว่าสาระไม่ค่อยมีเลยเจอครูคตีก้นลายแน้เลย

#66 By Gjเด็กเเสนงอน (223.207.121.132) on 2011-01-27 09:28

ตัวหนังสืออ่านไม่รู้เรื่อง เสียอารมณ์

#65 By nam (124.122.112.248) on 2010-12-22 18:15